การเลือกระดับการแข่งเทนนิสให้เหมาะกับตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะคนที่กำลังเริ่มลงแข่งขัน เพราะหากเลือกระดับสูงเกินไป เกมอาจยากจนแทบไม่มีโอกาสเล่นในแบบที่ตัวเองถนัด หรือทำให้เสียความมั่นใจ ไม่สนุก รู้สึกท้อไม่อยากเล่นต่อ แต่หากเลือกระดับต่ำเกินไป การแข่งขันก็อาจไม่ท้าทายและทำให้ทักษะการเล่นเทนนิสไม่ถูกพัฒนา THE SET. จึงได้รวบรวมเทคนิคการเลือกระดับให้เหมาะกับผู้เล่น วิธีเช็กระดับฝีมือก่อนลงแข่ง และช่วยให้เข้าใจระดับของตัวเองมากขึ้น ในบทความนี้มีคำตอบ
Key Takeaways
- การเลือกระดับการแข่งเทนนิสจะต้องพิจารณาจากเกณฑ์ที่ใช้ในการแข่งของแต่ละรายการ เช่น NTRP, UTR, WTN รวมถึงการแบ่งแบบ A, B, C และ Beginner, Intermediate, Advanced
- ก่อนเลือกระดับการแข่งเทนนิสควรเช็กระดับความสามารถในการเล่นเทนนิสของตัวเองก่อน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเลือกระดับการแข่งขันที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด
- การประเมินระดับการแข่งขันเทนนิส สิ่งที่ควรพิจารณามีด้วยกันหลายองค์ประกอบ ได้แก่ Forehand, Backhand, Serve, Return, Rally การเคลื่อนที่ และการใช้แท็กติก
- หากเลือกระดับการแข่งเทนนิสไปแล้วแต่แพ้ขาดต่อเนื่อง Rally ไม่ได้ รับ Serve ลำบาก หรือถูกบังคับให้เล่นเกมรับตลอด เป็นสัญญาณเตือนว่าระดับที่เลือกนั้นสูงกว่าความสามารถของตัวเอง
- ไม่ควรตัดสินระดับการแข่งขันเทนนิสจากผลการแข่งเพียงแมตช์เดียว แต่ควรพิจารณาจากหลายแมตช์ประกอบกัน และประเมินแบบภาพรวมเพื่อให้ได้ระดับที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด
ระดับการแข่งขันเทนนิสแบ่งอย่างไร
ระดับการแข่งขันเทนนิสสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับระบบที่รายการแข่งขันหรือองค์กรเลือกใช้ บางรายการแข่งขันใช้ระบบ Rating เพื่อแบ่งระดับการแข่งขัน บางรายการอาจแบ่งระดับเป็น A, B, C หรือใช้คำว่า Beginner, Intermediate และ Advanced เพื่อให้ผู้สมัครเข้าใจได้ง่ายขึ้น ดังนั้นก่อนตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันเทนนิสสมัครเล่นที่กรุงเทพ แนะนำให้ศึกษารายละเอียดของระดับการแข่งขันต่าง ๆ ดังนี้
- NTRP (National Tennis Rating Program) เป็นระบบประเมินระดับฝีมือของ USTA (United States Tennis Association) ใช้ตัวเลขแบ่งระดับผู้เล่น โดย USTA ระบุช่วง Rating ตั้งแต่ 1.5 – 7.0 ซึ่งจะเพิ่มระดับขึ้นขั้นละ 0.5 โดยตัวเลขที่สูงขึ้นหมายถึงทักษะและประสบการณ์การแข่งขันที่มากขึ้น
- UTR (Universal Tennis Rating) เป็นการแบ่งระดับด้วยระบบ Rating ที่ใช้ตัวเลขตั้งแต่ 1.00 – 16.50 โดยตัวเลขที่สูงขึ้นจะหมายถึงระดับการเล่นที่สูงขึ้นตามไปด้วย โดยจะคำนวณจากผลงานการแข่งขันและระดับของคู่แข่ง
- WTN (World Tennis Number) เป็นการแบ่งระดับด้วยระบบ Rating ที่พัฒนาโดย International Tennis Federation (ITF) ใช้ตัวเลขตั้งแต่ 40 ถึง 1 โดยตัวเลขยิ่งน้อยหมายถึงระดับยิ่งสูง ซึ่งจะเริ่มต้นที่ 40
- แบ่งระดับแบบ A B C บางรายการแข่งขันหรือบางสโมสรอาจเลือกใช้วิธีแบ่งระดับผู้เล่นออกเป็น A B C D และ Open โดยทั่วไประดับ A หมายถึงกลุ่มผู้เล่นที่มีฝีมือและทักษะค่อนข้างสูง บางรายการอาจกำหนดระดับจากผลงานที่ผ่านมา ประสบการณ์แข่งขัน หรืออาจเปรียบเทียบกับการแบ่งระดับด้วยระบบอื่น
- แบ่งตามระดับทักษะ เป็นการแบ่งระดับจากประสบการณ์ การวางแผนเกม ความสามารถในการควบคุมลูก และทักษะการเล่นอื่น ๆ โดยจะแบ่งเป็น Beginner, Intermediate และ Advanced ขึ้นอยู่กับการกำหนดรายละเอียดหลักเกณฑ์การแบ่งระดับของแต่ละการแข่งขันหรือแต่ละสโมสร
เช็กระดับฝีมือตัวเองก่อนสมัครแข่งจากอะไร
ก่อนลงสมัครแข่งเทนนิสที่กรุงเทพ 2026 แนะนำให้เลือกระดับการแข่งเทนนิสที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด โดยสามารถเช็กระดับของตัวเองจากการฝึกซ้อมในทุก ๆ วัน ตามรายละเอียดดังนี้
- ความสม่ำเสมอของ Forehand และ Backhand ควรดูว่าสามารถตีทั้ง Forehand และ Backhand ได้สม่ำเสมอแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อต้องรับลูกเร็ว ลูกลึก หรือเล่นภายใต้แรงกดดันในแมตช์จริง
- Serve และ Second Serve ประเมินจากความสม่ำเสมอของการเสิร์ฟ โดยเฉพาะ Second Serve ว่าสามารถเสิร์ฟเข้าได้ต่อเนื่องและควบคุม Double Fault ได้ดีแค่ไหน ไม่ควรดูเพียงความแรงของ First Serve เพียงอย่างเดียว
- Return พิจารณาจากความสามารถในการรับเสิร์ฟแล้วพาลูกกลับเข้าสู่การเล่นได้ดีแค่ไหน รวมถึงความสามารถในการควบคุมทิศทางและความลึกของ Return เมื่อต้องเจอกับรูปแบบการเสิร์ฟที่แตกต่างกัน
- Rally ได้ต่อเนื่องแค่ไหน ดูว่าตัวผู้เล่นสามารถรักษา Rally ได้ต่อเนื่องได้มากแค่ไหน เมื่อต้องลงแข่งจริง โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งเพิ่มความเร็ว เปลี่ยนทิศทาง หรือพยายามกดดันให้เสียจังหวะ
- ควบคุมทิศทางและความลึกของลูกได้หรือไม่ ควรประเมินการเล่นจากความสามารถในการเลือกตี Cross Court, Down the Line หรือตีลูกลึกตามสถานการณ์ได้หรือไม่ เพราะสามารถบ่งบอกถึงระดับฝีมือของแต่ละคนได้
- การเคลื่อนที่และการวางตำแหน่ง เป็นการประเมินความสามารถในการเคลื่อนที่เข้าไปหาลูกเทนนิส การกลับเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสม และครอบคลุมพื้นที่ในคอร์ตได้ดีมากแค่ไหน
- การเล่นแต้มจริงและการใช้แท็กติก เป็นการประเมินระดับความสามารถจากการเลือกใช้ช็อตให้เหมาะกับสถานการณ์ สามารถอ่านจุดอ่อนของคู่แข่งได้ รวมไปถึงวิธีปรับแผนการเล่นในสถานการณ์ที่เกมไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้
- ผล Match Play กับผู้เล่นที่รู้ระดับอยู่แล้ว ลองเปรียบเทียบผลการแข่งขันของตัวเองกับผู้เล่นที่ทราบ Rating หรือระดับฝีมืออยู่แล้ว หากเล่นได้สูสีอย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถประเมินได้เบื้องต้นว่าระดับของตัวเองอาจจะอยู่ใกล้เคียงกับกลุ่มนั้น ๆ
- เน้นดูจากการแข่งขันจริง ควรประเมินระดับจากฟอร์มตอนลง Match Play มากกว่าตอนซ้อม เพราะการแข่งขันมีทั้งการนับคะแนน ความกดดัน การตัดสินใจ และการรับมือคู่แข่ง ซึ่งจะทำให้เห็นถึงฝีมือที่แท้จริงได้มากกว่า
เลือกระดับการแข่งอย่างไรให้ไม่สูงหรือต่ำเกินไป
ความเข้าใจในระดับฝีมือเทนนิสของตัวเอง คือสิ่งที่สำคัญมากที่จะช่วยให้สามารถเลือกระดับการแข่งขันให้เหมาะกับตัวเองได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้สนุกกับการแข่งขันทุกครั้งที่เข้าร่วม Tennis Event Bangkok โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้
- สัญญาณว่าระดับสูงเกินไป หากลงแข่งขันแล้วแพ้ขาดต่อเนื่อง Rally ไม่ได้ รับ Serve ลำบาก สร้างแต้มเองไม่ได้ หรือถูกคู่แข่งบีบให้ต้องเล่นเกมรับอยู่แทบจะตลอดเวลา
- สัญญาณว่าระดับต่ำเกินไป ลงแข่งแล้วชนะขาดแทบทุกแมตช์ เล่นง่าย เล่นสบาย คู่แข่งสร้างความกดดันให้เราไม่ได้ และแทบจะไม่ต้องปรับแท็กติกหรือเล่นเต็มความสามารถมากนัก
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตัดสินจากผลแพ้หรือชนะเพียงแมตช์เดียว ควรดูแนวโน้มจากหลายแมตช์ร่วมกัน เพื่อให้ประเมินระดับฝีมือได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด
ถ้าอยู่ระหว่างสองระดับควรเลือกลงระดับไหนดี
ในกรณีของคนที่ประเมิน Rating เทนนิสของตัวเองแล้วพบว่าระดับฝีมือการเล่นเทนนิสอยู่ในระดับกึ่งกลาง เช่น ประเมินฝีมือแล้วเกิน 3.0 แต่ไม่ถึง 3.5 แนะนำให้พิจารณาจากผลงานใน Match Play จริงเป็นหลัก หากเล่นกับผู้เล่นในระดับ 3.5 ได้สูสี สามารถรักษา Rally ได้ดี และไม่ถูกกดดันจนเล่นไม่ได้ สามารถขยับไปเล่นในระดับ 3.5 ได้เลย ในทางกลับกันหากแพ้ขาดต่อเนื่องหรือรับมือได้ยาก แนะนำให้เริ่มที่ 3.0 ก่อนจะช่วยให้แข่งขันสนุกและใกล้เคียงกับระดับฝีมือปัจจุบันมากที่สุด
ก่อนสมัครแข่งเทนนิสควรเช็กเงื่อนไขอะไรบ้าง
นอกจากจะพิจารณาเรื่องของระดับฝีมือเทนนิสให้เหมาะกับการแข่งขันแล้ว ควรพิจารณาจากองค์ประกอบอื่น ๆ ร่วมกัน เพื่อให้ผลการประเมินมีความแม่นยำมากที่สุด ทำให้เลือกระดับการแข่งขันได้เหมาะกับฝีมือของตัวเองได้ โดยสามารถพิจารณาได้จากหัวข้อต่อไปนี้
- รายการใช้ระบบแบ่งระดับแบบไหน ในแต่ละรายการแข่งขันเทนนิสจะใช้ระบบแบ่งระดับที่ไม่เหมือนกัน เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกลงแข่งได้ตรงกับระดับฝีมือตัวเองมากที่สุด
- เปิดรับระดับอะไรบ้าง พิจารณาจากระดับการแข่งขันที่เปิดรับสมัคร โดยดูว่ามีการแข่งขันที่ตรงกับระดับของฝีมือตัวเองหรือไม่
- แข่งขันเดี่ยวหรือคู่ ควรตรวจสอบรายละเอียดของการแข่งขันที่จะจัดขึ้นว่าเป็นการแข่งเทนนิสเดี่ยวหรือแข่งแบบคู่ หากตัดสินใจลงแข่งเทนนิสคู่ที่กรุงเทพจะได้มีเวลาฝึกฝนและเตรียมความพร้อมกับคู่พาร์ทเนอร์
- จำกัดอายุ/เพศหรือไม่ บางรายการอาจแบ่งกลุ่มตามอายุ เพศ หรือเปิดเป็นประเภท Open จึงควรเช็กรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วนก่อนลงสมัครทุกครั้ง
- มีเงื่อนไขจากประวัติการแข่งขันหรือไม่ ควรดูเงื่อนไขการจัด Rating อันดับ หรือนำข้อมูลผลงานจากการแข่งขันที่ผ่านมาใช้กำหนดสิทธิ์ในการสมัครหรือจัดกลุ่มผู้เล่นหรือไม่
- อนุญาตให้ลงสูงกว่าระดับตัวเองไหม บางรายการเปิดให้ผู้สมัครสามารถลงแข่งในระดับที่สูงกว่าระดับปัจจุบันของตนเองได้ แต่บางรายการกำหนดระดับไว้อย่างชัดเจน จึงควรตรวจสอบกติกาก่อนเลือก Division
- รูปแบบ Match และการแบ่งสายเป็นอย่างไร ควรพิจารณารูปแบบการแข่งขันของแต่ละรายการให้ถูกต้องว่ามีการแข่งแบบไหนบ้าง เช่น Round Robin, Knockout หรือรูปแบบอื่น รวมถึงจำนวนเซต การคิดคะแนน และเงื่อนไขการผ่านเข้ารอบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับวางแผนการเล่นให้เหมาะกับรายการแข่งขันมากที่สุด
สำหรับผู้ที่มองหาการเล่นหรือแข่งขันเทนนิสในบรรยากาศที่มากกว่าความเป็นสปอร์ตคอมมูนิตี้ THE SET. ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านคอนเซ็ปต์ที่มีรสนิยมและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ทุกการพบปะกลายเป็น Cultural Moment ช่วงเวลาแห่งสุนทรียภาพที่หลอมรวมทั้งกีฬา สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรีไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ World of Luxury Wellness Experiences ที่ทำให้การเล่นเทนนิสเป็นมากกว่ากิจกรรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต สามารถทักเข้ามาสอบถามรายละเอียดและ สมัครสมาชิก THE SET. ได้เลย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกระดับแข่งเทนนิส (FAQ)
หากใครที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกระดับการแข่งเทนนิสให้เหมาะกับตัวเอง ในเนื้อหาต่อไปนี้จึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยและรายละเอียดเพิ่มเติมมาไว้ให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
มือใหม่ที่ไม่เคยแข่งเทนนิสควรเริ่มระดับไหน
หากยังไม่เคยแข่งขันมาก่อนและไม่เคยวัดระดับฝีมือเทนนิสของตัวเอง แต่สามารถเสิร์ฟ นับคะแนน และ Rally กับคู่แข่งได้แล้ว อาจเริ่มจากระดับ Beginner ตามเกณฑ์ของรายการแข่งขันนั้น ๆ อย่างไรก็ตาม ควรเช็กคุณสมบัติของแต่ละรายการก่อนลงสมัครอย่างละเอียดทุกครั้ง
NTRP 3.0 กับ 3.5 ต่างกันมากไหม
การจัด Rating เทนนิสของ NTRP ระหว่าง 3.0 กับ 3.5 ค่อนข้างมีความแตกต่างกันพอสมควร โดยระดับ 3.0 จะเริ่มตีลูกความเร็วปานกลางได้สม่ำเสมอ แต่การควบคุมทิศทาง ความลึก ยังมีข้อจำกัด ส่วนระดับ 3.5 จะควบคุมลูกได้ดีขึ้น เคลื่อนที่ในคอร์ตคล่องขึ้น และเริ่มใช้เกมหน้าเน็ตหรือรูปแบบการเล่นที่หลากหลายกว่า
Beginner, Intermediate และ Advanced เทียบกับ NTRP ได้ไหม
การวัดระดับการแข่งขันเทนนิสโดยแบ่งประเภทเป็น Beginner, Intermediate และ Advanced อาจจะไม่สามารถเทียบกับ NTRP ได้อย่างละเอียด แต่พอจะทำให้เห็นภาพรวมเบื้องต้นได้ เช่น Beginner จะเทียบได้กับระดับ 1.5 – 2.5, Intermediate อยู่ที่ประมาณ 3.0 – 3.5 และ Advanced จะอยู่ที่ประมาณ 4.0 ขึ้นไป
เล่นเดี่ยวกับเล่นคู่ควรเลือกระดับเดียวกันหรือไม่
ไม่ว่าจะลงแข่งเทนนิสเดี่ยวที่กรุงเทพหรือการแข่งขันประเภทคู่ที่ไหนก็ตาม จำเป็นจะต้องยึดตามระดับการแข่งขันที่ผู้จัดการแข่งขันกำหนดไว้ เช่น รายการที่ใช้ระบบ NTRP ให้ยึด Rating และเงื่อนไขที่กำหนด แต่ ITF World Tennis Number จะแยก Rating ของ Singles และ Doubles ออกจากกัน
เมื่อไหร่ควรขยับขึ้นไปแข่งระดับที่สูงกว่า
เกณฑ์พิจารณาเลื่อนระดับการแข่งขันเทนนิสที่สูงขึ้น จะต้องดูจากความสามารถของผู้เล่นในปัจจุบันว่าเริ่มชนะหรือเล่นได้สูสีต่อเนื่องมากแค่ไหน รับมือกับผู้เล่นที่มีระดับสูงกว่าโดยไม่เสียรูปเกมได้มากขึ้น โดยจะต้องดูจากผลงานการแข่งขันหลายแมตช์และความแข็งแกร่งของคู่แข่งประกอบกัน
สรุป
การเลือกระดับการแข่งเทนนิสให้เหมาะกับตัวเอง ควรพิจารณาจากทั้ง Rating ทักษะการเล่น และผลงานจาก Match Play จริง ไม่ควรดูเพียงผลแพ้ชนะจากแมตช์เดียว เพราะระดับที่เหมาะสมจะทำให้ได้ใช้ทักษะและแท็กติกอย่างเต็มที่ ฝีมือการเล่นจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำหรับใครที่กำลังมองหาคอมมูนิตี้เทนนิสที่ผสานกีฬา สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ลักชัวรีเข้าด้วยกัน สามารถทักเข้ามาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสัมผัสประสบการณ์ World of Luxury Wellness Experiences ได้ที่ THE SET.
เป็นคำแนะนำทั่วไป ไม่ใช่ผลงานวิจัย
